"คุณค่า" ของสิ่งที่เสียไป

posted on 18 Sep 2011 11:30 by arkarcilis27
1.
ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ผมไม่ได้อัพบล็อคแบบนี้
คงตั้งแต่ช่วงเอนท์ติดล่ะมัง?
ครึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตผมเปลี่ยนไปมาก... ทั้งภายนอกและภายใน
อย่างหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต
คือ "คุณค่า" ของสิ่งที่เสียไป แล้วเราไม่สามารถนำกลับมาได้
.
.
ราวๆห้าถึงหกเดือนที่แล้ว
ผมเสียเพื่อนคนหนึ่งไปตลอดกาล
ครั้งแรกที่รู้ข่าว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำยังไง
ผมไม่ใช่คนชอบร้องไห้ ผมร้องไห้ไม่เป็นด้วยซ้ำ
ตอนปู่ผมเสียตอน ม.1 ผมไม่มีน้ำตาซักหยด
ผมคิดว่า มันถึงเวลาของท่านแล้ว
.
.
แต่พอรู้ข่าวไอ้เพื่อนรัก ผมเงียบไปสองวิ. แล้วร้องไห้เหมือนคนบ้า
จนถึงทุกวันนี้ เรื่องของเพื่อนผมยังเป็นแผลเล็กๆในใจที่ไม่เคยหาย
เวลาไม่เคยทำให้ผมลืมมันได้
แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมไม่ลืมคือ
ผมไม่สามารถไปไหนมาไหนกับมันได้อีกแล้ว
.
.
ผมสัญญากับมันไว้เยอะ
ตั้งใจว่าผลเอนท์ออกจะไปกินซูมิกัน
แถมมันยังรอเอาเงิน 5 ร้อยจากผม ที่พนันกันว่าผมจะติดอันดับหนึ่งหรือไม่
บอกตามตรง ตอนนี้ถ้ามันกลับมาหาพวกผมได้
ผมว่าให้เป็นห้าพันหรือห้าแสน กลุ่มผมก็พร้อมจ่าย
.
.
2.
หลายเดือนทีผ่านมา ผมคิดถึงมันหลายครั้งมาก
ผมเสียดายคนดีๆแบบมัน เสียดายมิตรภาพของเรา
มันทำให้ผมรู้จริงๆว่าถ้าอยากทำดีกับใคร ให้รีบทำซะ
เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะจากเราไปตอนไหน
ดูอย่างมันกับผมสิ ไม่ถึง 8 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
ผมเสียเพื่อนรักคนหนึ่งไปตลอดกาล
.
.
ทุกครั้งที่เปิดดูเฟซบุ๊ค ความคิดโง่ๆที่เข้ามาในหัวผม
คือคำว่า "ถ้ามึง....ก็ดีสิ"
มันเป็นความคิดที่โง่เง่าและเพ้อฝัน
มันอยู่กับผมมาตั้งหลายปี แต่ผมไม่เคยทำอะไรให้มันสักครั้ง
ตอนนี้ผมทำได้แค่ส่งข้าวส่งน้ำผ่านบาตรพระ
อย่างน้อยการทำแบบนี้ มันชดเชยความรู้สึกแย่ๆในใจได้บ้าง
.
.
3.
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคงลืมไม่ได้ คือย่าผมเสียไล่เลี่ยกับวันที่ผลเอนท์ออก
ผมสำนึกได้แล้วว่า ตัวเองเป็นหลานที่แย่และใช้ไม่ได้มาตลอด
คือผมมันบ้า... ผมมันกินทิฐิเป็นอาหาร
ปีทั้งปีที่ย่าไม่สบาย ผมไม่ยอมไปเยี่ยม ผมบอกว่าผมอ่านหนังสือเตรียมสอบ
ความตั้งใจของผมก่อนหน้านั้น คือผมอยากจะบอกย่ากับปากเองว่า
ผมเอนท์ติดธรรมศาสตร์แล้ว
.
.
ผมวางแผนไว้ซะดิบดี ว่าตอนผมสอบติด วันต่อมาผมจะลากพ่อขับรถไปบ้านย่าที่ต่างจังหวัดทันที
แต่ปรากฏว่าในวันผลเอนท์ออก ย่าผมโคม่าเข้าไอซียู
พ่อกับน้องชายต้องตีรถขึ้นไป ส่วนผมก็วิ่งวุ่นกับการเตรียมเอกสารเยอะแยะ
ผมไม่ได้บอกย่าด้วยซ้ำว่าเอนท์ติดแล้ว ผมทำได้แค่โทรศัพท์บอกพ่อ
แล้วฝากบอกย่าด้วยว่าผมเอนท์ติดแล้ว ติดธรรมศาสตร์แล้ว
คือปีทั้งปี ผมไม่ได้หวังอะไรมากนอกจากคำนี้เลย
ผมเป็นหลานคนโตของฝั่งย่า ผมแค่อยากทำให้พวกญาติเลิกดูถูกเราสักที
ย่าฟังที่พ่อบอก แล้วไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้า
.
.
ย่าจากผมไป
วันเผาผมก็ไม่ได้งานของท่าน เพราะมันตรงกับวันสอบสัมภาษณ์พอดี
ผมถึงได้รู้ว่า ที่ผมพยายามมาตลอดมันโง่มาก
ผมน่าจะขยันไปเยี่ยมย่าบ่อยๆ
ไม่ใช่เอาแต่อ่านหนังสือในบ้าน
.
.
4.
สุดท้าย
ตอนนี้ผมทำได้แค่รักคนที่ผมรักให้ดีที่สุด
ทำดีกับเพื่อนให้มากที่สุด
เรื่องที่เกิดกับเพื่อนและย่าผม เหมือนคอยเตือนสติผมตลอด
ผมเกลียดคนที่มีชีวิตอยู่ แต่กลับชีวิตตนเองอย่างโสโครก
ผมเกลียดคนพวกนั้น เพราะเพื่อนผม 2 คนที่จากไป มันเป็นคนที่พยายามมากถึงมากที่สุด
.
.
มันน่าขำไหม? คนที่เรียนได้เกรด 3.8 มีความคิดดีๆ ทัศนคติดีๆ
คนที่คอยช่วยเหลือเพื่อน คนที่ออกตัวปกป้องเพื่อนตลอด
กับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดไม่ดีกับใคร เด็กผู้หญิงที่ใช้ชีวิตบนรถเข็น
แต่ไม่เคยทำให้ตัวเองเป็นปมด้อย และบอกกับใครๆเสมอว่า "หนูจะพยายาม"
จะต้องจากไปทั้งที่ฝันของพวกเขากำลังจะเป็นจริง
.
.
ถ้าเรารักใคร ก็หัดทำดีกับเขาให้มากๆนะครับ :)
อย่าให้เหลือเพียงรูปภาพ กับเถ้ากระดูก
แล้วคุณถึงค่อยส่งข้าวส่งน้ำผ่านบาตรพระ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้รับหรือไม่

Comment

Comment:

Tweet